งิ้วกวางตุ้งนิวเอจ-การปฏิวัติวัฒนะธรรมยุคศตวรรษที่ 21
新世纪粤剧-21世纪的文化大革命 (1)

ปีซีดีผลงานชุด New Age Cantonese Opera
ขณะที่นั่งปั่นต้นฉบับอยู่นี้ ยังอยู่ในบรรยากาศเทศกาลตรุษจีน ในคืนส่งท้ายปี ได้สแกนดูทีวีช่องต่าง ๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อซึมซับ บรรยากาศ การเฉลิมฉลอง ในที่ต่าง ๆ ก็ได้ชมการแสดงงิ้วสองแบบสองลีลา หนึ่งคืองิ้วปักกิ่งหรืองิ้วหลวง (京剧) และอีกหนึ่งคืองิ้วของเหอหนันซึ่งเรียกกันว่า “เยว่จวู้” 越剧สำหรับเยว่จวู้นั้น เพิ่งจะได้ชมครั้งนี้เป็นครั้งแรก ลักษณะการร้องจะเหมือนกันหวงเหมยเตี้ยว 黄梅调ในภาพยนตร์สมัยชอร์บราเดอร์ แต่เวลาพูดจะพูดแบบงิ้ว
หลังจากชมงิ้วจากทางทีวีแล้ว ก็พลอยทำให้หวนคิดถึงสมัยวัยเด็กที่ได้ชมภาพยนตร์ เรื่องม่านประเพณี ซึ่งเป็นภาพยนตร์ร้องแบบหวงเหมยเตี้ยว ส่วนเรื่องงิ้วนั้น ก็ได้ชมกัน ในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะหลังตรุษจีนจะมีการเฉลิมฉลอง และแห่ เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซี่งเป็นเทศกาลสำคัญของทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างยะลา และปัตตานี ในถิ่นบ้านเกิด เนื่องจากมีชาวจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก และส่วนใหญ่ เป็นคนกว่างซี 广西 และกวางตุ้ง 广东 ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้พูดภาษาจีนคล้าย ๆ กันผิดกันเฉพาะสำเนียง ในช่วงเทศกาล จึงมีการแสดงงิ้วกวางตุ้ง และสถานที่จัดงาน ฉลองเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวก็อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนประถมที่เรียนอยู่ ฉะนั้นบางวัน ในชั่วโมงเรียนคาบสุดท้ายจะหนีโรงเรียนเพื่อไปดูงิ้ว แต่เนื่องจากโรงเรียนมีรั้วกั้นสูง และติดลวดหนามข้างบนด้วย แถมยังมีแขกอาบังคอยเฝ้ายามอยู่ด้วย มีอยู่หนทางเดียว ที่หนีโรงเรียนได้คือ มุดออกทางคูน้ำ (คูน้ำในต่างจังหวะจะแห้งสะอาด) แค่นี้ก็ได้ดูงิ้วจบตอนพอดีกับโรงเรียนเลิก
การแสดงงิ้วในบ้านเราระยะหลังเริ่มจะน้อยลง สาเหตุเนื่องจากคนจีนรุ่นเก่า ๆ ที่มีความรู้ค่อย ๆ ล้มหายตายจาก ส่วนทางฝั่งผู้ชมนั้น เนื่องจากลูกจีนรุ่นหลัง พูดและฟังภาษาพ่อภาษาแม่เป็นน้อยลงทุกที ๆ มันกลายเป็นปัจจัยบวกยกกำลังสอง (น่าจะเรียกปัจจัยลบมากกว่า) ยังดีที่ยังมีบุคคลหนึ่ง ที่แหวกกระแสเพื่อธำรงไว้ ซึ่งศิลปะการแสดงงิ้ว ให้อยู่คู่กับลูกจีนรุ่นหลังและอยู่คู่ประเทศไทย สืบต่อไป บุคคลผู้นั้นคือ อาจารย์อำพล เจริญสุขลาภหรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักในนาม อาเม้ง ป.ปลา ที่ได้พัฒนางิ้วแต้จิ๋ว ให้เป็นงิ้วไทย ตั้งแต่ประมาณสี่สิบกว่าปีก่อน จนวันนี้ถือว่า ได้หยั่งรากลงในจิตใจชาวไทย และพื้นแผ่นดินไทยเป็นที่เรียบร้อย แต่กว่าจะหยั่งราก ลงได้ก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคและพงหนามมามากพอสมควร ด้วยมุมมองจากฝ่ายอนุรักษ์ ว่าการทำเช่นนี้เป็นการทำลายศิลปะการแสดงงิ้ว แต่อาจารย์เม้งยืนยันมาตลอดว่า ศิลปะเป็นสิ่งมีชีวิต มันต้องมีการพัฒนา เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
อ่านต่อหน้าถัดไป (next page)>>> |